New Normal คืออะไร เมื่อ COVID-19 บังคับให้เราปรับตัว

ในสถานการณ์ที่ไวรัสมรณะ COVID-19 ยังคงระบาดไปทั่วโลก แม้ว่าจะมีการควบคุมได้แล้วเป็นบางประเทศ แต่อย่างไรก็ต้องมีการปรับตัวกันใหม่ ให้กลมกลืนที่สุด ในสภาพที่อะไรต้องระมัดระวังกันทุกหย่อมหญ้า จนได้มีคำว่า “New Normal” ขึ้นมา ซึ่งจะมาทำความรู้จักกับคำๆ นี้กัน ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อให้ดำรงชีวิตที่มีไวรัสมรณะตัวนี้ อยู่รอบๆ ตัวเรา ให้ราบรื่นที่สุด

มันคืออะไร !?

ตามความหมายที่แท้จริงในราชบัณฑิตยสภา โดย รศ.มาลี บุญศิริพันธ์ คณะกรรมการบัญญัติศัพท์นิเทศศาสตร์ราชบัณฑิตยสภา ได้ตีความว่า ความปกติใหม่ หรือ ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต อันเนื่องจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักมาตรฐานใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งรูปแบบวิถีชีวิตใหม่นี้ จะหมายถึง วิธีคิด, วิธีเรียนรู้, วิธีสื่อสาร, วิธีปฏิบัติ และการจัดการการใช้ชีวิตแบบใหม่ หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงและรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันให้กลมกลืนที่สุด และปลอดภัยต่อตัวเองให้มากที่สุด

ในบริบทสาธารณสุข

เห็นได้ชัดเจนที่สุดในด้านของการสาธารณสุขของเมืองไทย โดยทาง ศบค. มีการประกาศมาตรการการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ได้แก่

– สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเสมอ

– ต้องเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร (Social Distancing)

– ล้างมือบ่อยๆ พกเจลแอลกอฮอล์ ในการเตรียมพร้อมการเดินทาง

– หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

– หลีกเลี่ยงกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีอาการป่วย

New Normal ในบริบทการดำเนินการต่างๆ และการทำงาน

– หลังจากที่เกิดวิกฤตไวรัสนี้ ทั่วโลก ก็ได้เห็นพ้องที่จะใช้คำๆ นี้มากขึ้น ที่เรียกว่า “Work from Home” หรือ ทำงานที่บ้าน ผ่านการประชุมแบบวีดีโอคอนเฟอเรนส์

– ส่วนนักเรียน ก็ต้องปรับตัวสู่การเรียนที่บ้านผ่านการ “เรียนออนไลน์”

– การจับจ่ายซื้อของต่างๆ ก็ต้องซื้อออนไลน์กันมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจหรือการค้าขายในความปกติรูปแบบใหม่จึงหนีไม่พ้นการทำธุรกิจออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจขายสินค้าและจัดส่งแบบ “เดลิเวอรี่” ที่ได้รับความนิยมมาก ณ เวลานี้

– ส่วนร้านอาหาร จะมีการปรับตัวอย่างมาก ซึ่งมีทั้งขายแบบจัดส่งไปให้ ไม่ก็ ซื้อกลับบ้าน อย่างเดียว หรือบางร้านที่เปิดให้รับประทานที่ร้านได้แล้ว ก็ต้องมีการกั้นฉากให้ลูกค้าแต่ละคน ไม่ให้ลูกค้าใกล้ชิดหรือแออัดกัน และเว้นระยะห่างของการนั่งระหว่างโต๊ะอาหาร รวมไปถึงจำกัดผู้คนเข้ามาในร้านตามที่แต่ละร้านกำหนดไว้ เป็นต้น

ในบริบทความบันเทิงและไลฟ์สไตล์

เป็นสิ่งที่เจ็บปวดใจตลอด 4-5 เดือน สำหรับสิ่งที่สร้างความบันเทิง รวมไปถึง ไลฟ์สไตล์ต่างๆ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยว เพราะต้องปิดลงหมดทุกอย่าง ซึ่งอาจจะเป็น Super Spreader หรือ แหล่งแพร่เชื้อได้วงกว้างสุดๆ นี่เอง แต่เมื่อมีมาตรการ “ผ่อนคลายระยะที่ 3” ทำให้โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว รวมถึงอนุญาตให้เปิดโรงละคร โรงมหรสพ โรงลิเกและลำตัดได้ (แต่ยังงดการจัดคอนเสิร์ตต่อไป) โดยต้องมีขั้นตอนในการควบคุมและป้องกันโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางผู้ให้บริการความบันเทิงต่างๆ ก็ได้ออกมาตรการและคู่มือการปฏิบัติตัว ตามแนวทางใหม่ห่างโควิดให้ทราบไว้ ดังต่อไปนี้

– Screening: ตรวจคัดกรองลูกค้าทุกคน วัดอุณหภูมิ ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์

– Social Distancing: เข้าแถวรอคิว เว้นระยะห่าง 1 เมตร และเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่ง ทุก 2 ที่นั่งในแถวเดียวกัน และแถวเว้นแถว หรือมีฉากกั้นอะไรก็ตามแต่

– Cleaning: ทำความสะอาดทุกจุดพื้นที่และภายใน อย่างสม่ำเสมอ

– Cashless: ให้ลูกค้าใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด (E-Payment)

– Tracking: ติดตามและตรวจสอบให้แน่ใจที่สุด