5 สิ่งที่ต้องเช็ครถก่อนเดินทางไกล

เป็นสิ่งที่พึงกระทำอยู่แล้ว เวลาที่จะเดินทางไกลที่มากกว่า 100 กิโลเมตรขึ้นไป หรือไปไหนมาไหนก็แล้วแต่ ก็ต้องตรวจสภาพความพร้อมต่างๆ ของรถยนต์ของคุณเอง ยิ่งหน้าฝนด้วยแล้ว ต้องดูแลเป็นพิเศษ รวมไปถึงหน้าไหนๆ ทั้ง ร้อน หรือ หนาว ก็ต้องใส่ใจทุกๆ เวลา มาดูว่า 5 สิ่งที่ต้องเช็ครถก่อนเดินทางไกล เพื่อให้คุณเดินทางได้สะดวกโยธิน ที่ รถเช่าขับเอง ECOCAR จะมาบอกกันให้ทราบว่า ควรตรวจเช็คที่ส่วนไหนของรถ !?

5 สิ่งที่ต้องเช็ครถก่อนเดินทางไกล : ยางรถยนต์

สามารถเช็คได้ด้วยตัวเองในขั้นเบสิก ด้วยการเอาเล็บจิกเนื้อยาง หากจิกเข้าก็ถือว่ายังดี จากนั้นดูหน้ายางว่าสึกหรือไม่ บวกกับร่องดอกยาง จะต้องลึกไม่กว่า 3-4 มิลลิเมตร เป็นอย่างน้อย ด้วยการนำเหรียญบาทมาวางร่องดอกยาง ว่ามีความลึกพอหรือไม่ ปิดท้ายควรเติมลมยางให้มากกว่าเดิมถึง 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (PSI) เพื่อให้ยางรีดน้ำได้ดีขึ้น หากไม่สมบูรณ์ ควรลดความเร็วในการขับขี่ไว้เลย เพื่อยืดเวลาการหมดสภาพของยางรถยนต์ให้นานขึ้น จนกว่าจะมีเงินไปเปลี่ยนเส้นใหม่ เบื้องต้น ลองสลับยางไปมาเพื่อให้มีความสึกหรอเท่าๆ กัน เพื่อให้ไม่ต้องจ่ายเปลี่ยนล้อมากเกินไป และควรมียางสำรองไว้ 1 เส้น เผื่อเป็นการเตรียมไว้กันเหนียว หากเกิดเหตุยางรั่วแตก หรือ ยางแบน

ที่ปัดน้ำฝน-ที่ฉีดน้ำล้างกระจก

หน้าฝนแบบนี้ นี่คือจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการขับรถช่วงพระพิรุณโปรยปรายเช่นนี้ ใครที่มีอยู่ ก็ควรทำความสะอาดให้มีความหนืดกวาดน้ำฝนได้หมดจด หากมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดๆ ก็ควรมาสำรองเปลี่ยนไว้เลยนะ ซึ่งต้องเราต้องรู้ว่า รถของเรามีขนาดที่ปัดน้ำฝน ยาวเท่าไหร่ด้วย ส่วนวิธีเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน ก็ให้ดึงใบปัดน้ำฝนออกมาต่อ จนทำมุม 90 องศาจากแขนปัดน้ำฝน จากนั้นให้คุณใช้นิ้วดึงคลิปที่โผล่ออกมาจากกึ่งกลางของใบปัดน้ำฝน พร้อมกับ ดันใบปัดน้ำฝนลง และต้องใช้แรงดึงใบปัดน้ำฝนไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้กระดิก เพื่อจะนำตะขอที่แขนปัดน้ำฝนออกจากใบปัดน้ำฝน และนำที่ปัดน้ำฝน อันใหม่ใส่เข้าไปแทน ด้วยการย้อนวิธีการที่เอาออกมาตั้งแต่แรก รวมไปถึง ที่ฉีดน้ำล้างกระจก ให้สังเกตตรงรูพ่นน้ำล้างกระจกว่าคราบเศษผงฝุ่นไปอุดไว้หรือไม่ หากมีก็ให้หาเครื่องเป่าลม ก็สามารถเอามาเป่าออกได้ หากไม่มีก็ให้ที่ล้างรถเป่า ก็ใช้เพียงเข็มด้าย หรือ ไม้จิ้มฟัน แคะออกมาได้เช่นกัน

ผ้าเบรค-น้ำมันเบรค

มันคือสิ่งที่ช่วยให้เราขับรถ อย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง ยามที่เราจะหยุดรถ หรืออะไรก็ตามแล้วแต่ ที่พระเอกของส่วนนี้ ก็คือ “ผ้าเบรค” ที่เราสามารถหาเปลี่ยนได้ไม่ยากเย็น ซึ่งแนะนำว่าให้ใช้ผ้าเบรคที่ไร้สารแอสเบสตอส ที่ใช้สารสังเคราะห์ มีน้ำหนักเบา ฝุ่นไม่เกาะ ที่แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ ที่ใช้โลหะผสม อย่าง ผ้าเบรค Bendix และ ที่ใช้สารอนินทรีย์ผสม ที่มีความพิเศษเท่ากับที่ใช้โลหะผสม ซึ่งนิยมใช้ในรถยนต์ที่มาจากญี่ปุ่น อย่าง ผ้าเบรค Akebono เป็นต้น นอกจากนี้ จะต้องมี “น้ำมันเบรค” เอาไว้ด้วยเพื่อเสริมสร้างให้ผ้าเบรคทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งให้ใช้น้ำมันเบรคที่ไม่ระเหยง่าย และมีความจุดเดือดสูง เพื่อปรับสภาพท้องถนนที่แตกต่างกันไปตามภูมิประเทศที่ขับขี่ไป

ดวงไฟรอบรถ

ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ ทัศนวิสัยจะแย่มากๆ ฉะนั้นเราควรเช็คไฟทุกดวง อาทิ ไฟเลี้ยว, ไฟหน้า, ไฟสูง และ ไฟเบรก หากยิ่งขับตอนกลางคืน แถมมีฝนตกลงมาอีก การขับขี่ยิ่งอันตรายมากๆ หากดวงไฟพวกนี้ เกิดขัดข้องขึ้นมา ซึ่งหากมีปัญหาให้รีบเปลี่ยนทันที อย่าเดี๋ยว อย่ารอ เพราะ ชีวิตมันมีราคาแพงกว่าหลอดไฟรอบรถมามัดรวมกันเสียอีก โดยเฉพาะหน้าฝน และคนที่ต้องขับรถตอนกลางคืน บอกเลยว่า อันตรายมากกว่าปกติเป็นเท่าตัวเลย

5 สิ่งที่ต้องเช็ครถก่อนเดินทางไกล : เครื่องยนต์-หม้อน้ำ

นี่คือสิ่งที่ต้องพึงเช็คพึงกระทำเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่าลืมว่า หากเกิดอะไรขึ้นในยามวิกาล รับรองต้องหลอน และเสียเวลาในการซ่อมแซมไปพักใหญ่ ยิ่งไปพื้นที่ที่เราไม่คุ้นด้วย จะทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากมากยิ่งขึ้น เพราะไปเสียที่เปลี่ยวๆ นี่ ได้ระทึกยิ่งกว่านหนังผี แนว The Conjuring เสียอีก !! ฉะนั้นหากไม่อยากปวดหัวในเรื่องนี้ ก็เช็คให้พร้อมที่สุด ด้วยการไปเข้าศูนย์ก่อนเดินทาง 1-2 วัน จะยิ่งดี หากเป็น หม้อน้ำ ก็เติมใส่ให้เต็มไว้ก่อนให้ล้นทะลักไปเลย และมีน้ำขวดลิตรไว้ 1-2 ขวด กันเหนียว ยามเกิดหม้อน้ำแห้งขึ้นมาได้แก้ได้เบื้องต้นได้ทันที รวมไปถึงมี Coolant หรือ น้ำหล่อเย็นไว้ เพื่อช่วยขยับจุดเดือดของหม้อน้ำที่อยู่ในระบบระบายความร้อนให้สูงมากขึ้น ส่งผลให้น้ำในระบบระบายความร้อนเดือดช้าลง และยังถ่ายเทความร้อนในระบบหล่อเย็นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งส่งผลเรื่องการลดการสึกหรอและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ รวมถึงป้องกันการเกิดตะกรันในหม้อน้ำ กับสนิมที่จะเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็นอีกด้วย