วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว
วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว

วัดภูพร้าว เสน่ห์ unseen แห่งแสงมหัศจรรย์

มีใครชอบเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี บ้าง? เชื่อว่าต้องมีสักคนที่ชอบไปเที่ยวจังหวัดน่าท่องเที่ยวอย่างอุบลราชธานีแน่นอน เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือวัดภูพร้าว วัดที่แสนมหัศจรรย์แห่งนี้ เพราะมีภาพที่เรืองแสงได้ด้วย! อ่านไม่ผิดหรอก ที่วัดภูพร้าวแห่งนี้มีภาพเรืองแสงจริงๆ เกิดขึ้นจากฝีมือนายช่างคนนึงที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วบรรจงสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างภาพเรืองแสงดึงดูดคนให้เข้าวัด และ กลายเป็น unseen ของเมืองไทยไปแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะพาสายบุญไปสักการะวัดที่แสนสวยงามอย่าง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือวัดภูพร้าว หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า วัดเรืองแสง จะงดงามขนาดไหน ตามเรามาดูได้เลย

ประวัติ วัดภูพร้าว

วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว
วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดภูพร้าว อีกชื่อหนึ่งที่นิยมเรียกกันก็คือ วัดเรืองแสง วัดนี้จะตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพรอบวัด เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ บนยอดเขาเราจะสามารถมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นงดงามอยู่ ด้านหลังของอุโบสถจะเป็นงานจิตรกรรมเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ อยู่ด้านหลังของอุโบสถในเวลากลางคืน สวยงามมากจริงๆ ซึ่งบางเวลาถ้าไปแล้วโชคดีได้เจอกับดาวเรืองแสงรอบๆอุโบสถ และขอแนะนำให้ไปในคืนเดือนมืด เพราะถ้ายิ่งมืดเราก็จะสามารถเห็นการเรืองแสงของต้นกัลปพฤกษ์และดวงดาวได้ชัดเจนมากขึ้น

ภาพเรืองแสงนี้ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า อาจจะรู้สึกเพียงเล็กน้อย จะไม่ค่อยเห็นเป็นสีเขียวชัดเจนเท่ากับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพ เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการเก็บภาพความสวยงามไว้แค่สายตา อาจจะต้องเผื่อใจนิดนึง

และนอกจากความมหัศจรรย์ของพระอุโบสถแล้ว ที่วัดแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ซึ่งเป็นวิวของแม่น้ำโขง และบริเวณด้านหลังพระอุโบสถจะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาว และมองเห็นด่านสากลช่องเม็กได้อย่างสวยงาม จริงๆ รวมถึงอ่างเก็บน้ำที่อยู่บริเวณเชิงเขา ที่มีลักษณะคล้ายกับทะเลสาบ โดยเฉพาะในช่วงที่พระอาทิตย์ตกดิน เราจะเริ่มเห็นพระอาทิตย์ดวงโต ซึ่งต้องบอกว่าเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมาก

สำหรับต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง เป็นฝีมือการออกแบบของช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ซึ่งเป็นผู้ลงมือติดโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตัวเองเลยทีเดียว ซึ่งตัวท่านได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิตในภาพยนตร์เรื่องอวตาร โดยใช้สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์รอบๆต้น ซึ่งคุณสมบัติของสารฟลูออเรสเซนต์จะรับแสงพระอาทิตย์ในตอนกลางวัน และพอดีกับที่งานชิ้นนี้ได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือหันข้างไปทางทิศตะวันตก ก็เลยคล้ายกับเป็นฉากกั้นพลังงานในช่วงเวลาตอนกลางวัน แล้วสามารถฉายแสงออกมาในตอนกลางคืน เป็นการคายพลังงานออกมา นี่คือหลักวิทยาศาสตร์ง่ายๆที่ทำให้เกิดความมหัศจรรย์แบบนี้

ส่วนตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว แต่มีความกว้างมากกว่า 1 เท่า และความยาวมากกว่า 2 เท่า เสาแต่ละต้นลงลวดลายด้วยมืออย่างปราณีต โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า หัวใจหลักของการทำพุทธศิลป์คือ การนำเสนองานศิลปะที่เกิดจากความสงบ ความเพียร ความอดทน และวิสัยทัศน์ ซึ่งงานแต่ละชิ้นต้องคิดจากความคิดอันวิจิตรจริงๆ ค่ะ อย่างแนวคิดการจำลองให้วัดเป็นเขาพระสุเมรุ ตรงกลางของพระอุโบสถ เป็นที่ตั้งของพระประธาน แต่เดิมที่คล้ายกับพระพุทธชินราช ในจังหวัดพิษณุโลก แต่มีการนำเพียงส่วนรัศมีออกไป เพื่อให้แลดูกลมกลืนกันยิ่งขึ้น พร้อมกับได้ทำฉากหลังเป็นต้นโพธิ์ โดยเบื้องบนติดด้วยแผ่นพระทอง

วัดแห่งนี้ท่านพระอาจารย์บุญมากเป็นผู้ริเริ่มค่ะ ท่านเป็นคนฝั่งลาวจำปาสัก ได้เข้ามาเผยแพร่อบรมสมาธิทางฝั่งไทย และได้ปักกลดที่ภูพร้าวในปี 2497-2498 ซึ่งท่านได้กลับไปยังประเทศลาว จนกระทั่งปี 2542 พระครูกมล ลูกศิษย์ของท่านได้ค้นพบวัดอีกครั้งและบูรณะให้กลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้อย่างเดิม หลังจากพระครูกมลละสังขารไปในปี 2549 พระครูปัญญาก็เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดและสานต่องานสร้างวัดต่อไปจนถึงปัจจุบัน

มีข้อแนะนำว่า ถ้าต้องการเก็บภาพความสวยงามของวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว แนะนำให้นำกล้องถ่ายรูปไปด้วย เพราะถ้าถ่ายภาพจากโทรศัพท์จะได้ภาพเรืองแสงยากกว่า แต่ขอบอกเลยว่าการไปดูด้วยตาสวยงามกว่าภาพถ่ายหลายเท่าจริงๆ หากใครมีโอกาสได้ไปจังหวัดอุบลราชธานี อย่าลืมไปชมความสวยงามของวัดแห่งนี้นะ

วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว
วัดภูพร้าว ประวัติวัดภูพร้าว

การเดินทางไปยังวัดภูพร้าว

ตัววัดจะอยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีราว 70 กิโลเมตร หากเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ตัวจังหวัด ให้ตรงไปยังเส้นทางไป อำเภอพิบูลมังสาหาร เมื่อถึงอำเภอพิบูลมังสาหารแล้วจะมีสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอสิรินธร ขับตรงไปยังเส้นนั้นซึ่งสามารถไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาน้อย ทะเลน้ำจืดคนอุบล หรือเขื่อนสิรินธร ซึ่งอยู่ระหว่างทางได้ และวัดจะอยู่ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็กประมาณ 3 กม. ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดที่ถนนใหญ่ โดยเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กม.

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวัดภูพร้าว วัดมหัศจรรย์แบบนี้ น่าสนใจและอยากไปกันใช่ไหมละ และสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการจะเช่ารถเพื่อไปเที่ยววัดที่แสนจะสวยงามแห่งนี้ ขอให้คิดถึงการเช่ารถอุบล กับ ECOCAR เพราะที่นี่มีรถยนต์คุณภาพดีที่อายุใช้งานไม่ถึง 5 ปี ค่าเช่าราคาถูก ไม่มีบัตรเครดิตก็เช่าได้ มีทั้งแบบเช่ารายวันและรายเดือน จะขับเองหรือพร้อมคนขับก็ได้ ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 856 บาทต่อวันเอง มีแม่แรงและยางอะไหล่เปลี่ยนด้วย เติมน้ำมันให้เต็มถัง และยังขับเที่ยวได้ทั่วไทยอีกด้วยนะ