รวม 5  App สั่งอาหาร เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย แบบหมัดต่อหมัด

ในยุคสมัยที่มีความเจริญมากกว่ายุคก่อนๆ เหล่าผู้คนก็มีอะไรที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากๆ ขึ้น เช่นเดียวกับการสั่งอาหารมากิน ที่คุณอาจจะไม่อยากไปแออัดกับผู้คนที่มากินในที่ที่เดียวกับคุณ การส่งอาหารมาถึงบ้านก็เป็นอะไรที่ดีสุด แต่หากมีระบบแอพลิเคชันที่คุณย่อโลกต่างๆ ไว้ที่ปลายนิ้วคุณเอง จะเป็นอะไรที่ง่ายกว่านั้นอีก ซึ่งเราได้รวบรวมไว้แล้ว 5 แอพเลยทีเดียว มาดูว่า 5  App สั่งอาหารที่เราๆ ใช้ มีอะไรบ้าง พร้อมบอกข้อดีข้อเสีย กันเห็นๆ ให้คุณโหลดไว้แล้ว ทั้งระบบ iOS และ แอนดรอยด์

1. LINE MAN

เป็น App สั่งอาหารรายแรกๆ ที่มีขึ้นในเมืองไทย ในรูปแบบแอพลิเคชัน ในปี 2017 และได้รับการตอบรับกันมากล้นเหลือ นอกจากนี้ยังมีบริการเรียก Taxi และ บริการส่งพัสดุทางไกล ที่จะสรรหาแมสเซนเจอร์ที่ใกล้กับพื้นที่ที่คุณอยู่นำของไปส่งตามที่เราสั่งได้ และจะมีส่วนลดมากมายในรูปแบบ Code

ราคาเริ่มต้น : ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 55 บาท และจะบวกเพิ่มตามระยะทาง 9 บาทต่อกิโลเมตร
ร้านในแพลตฟอร์ม : มีร้านอาหารในแพลตฟอร์มจำนวนมาก และทาง Wongnai ยังได้คัดเลือกร้านเด็ดมาให้เลือกทานอีกเพียบ
ระยะที่ให้บริการ : กรุงเทพฯ และบางปริมณฑลได้แก่ รังสิต, สุวรรณภูมิ และ นนทบุรี
เวลาที่สามารถใช้บริการ : 24 ชั่วโมง
ช่องทางการชำระเงิน : เงินสด และ Rabbit Line Pay สำหรับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Line Pay

2. GET

แอพพลิเคชัน เรียกรถ ส่งอาหารและบริการอื่นๆ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานคนไทย เพื่อคนไทย อย่างแท้ทรู ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนจาก โกเจ็ก (Gojek) จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยการให้บริการเรียกรถวินมอเตอร์ไซค์ และบริการรับส่งของ ก่อนจะขยายไปสู่บริการอื่นๆ ที่เหมาะกับความต้องการและไลฟสไตล์ของคนเมือง ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ราคาเริ่มต้น : ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 5 กิโลเมตรแรก 10 บาท และจะคิดตามระยะทางหากเกินกว่านั้น
ร้านในแพลตฟอร์ม : ร้านอาหารตามข้างทาง จนไปถึงร้านอาหารในตึกคูหา และร้านฟาสต์ฟู้ด
ระยะที่ให้บริการ : กรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถส่งข้ามเขตได้ที่ไกลกว่า 15 กิโลเมตร ซึ่งมีคนเดินส่ง กับขี่จักรยานไปส่งได้
เวลาที่สามารถใช้บริการ : 24 ชั่วโมง
ช่องทางการชำระเงิน : เงินสด และ GET Pay

3. Food Panda

แอพสั่งอาหารตราหมีแพนด้า สีชมพู อันหวานแหวว ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีก่อน LINE MAN เสียอีก ซึ่งกำเนิดขึ้นมาในปี 2012 และได้เข้ามาในสมรภูมิแอพสั่งอาหารในปี 2016 มีร้านอาหารพันธมิตรมากกว่า 1,000 แห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานคร และเขตหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดย User สามารถสั่งอาหารและใช้ส่วนลดผ่านทางเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นของ Foodpanda ได้ แถมบัญชีของคุณใช้ได้ในต่างประเทศได้ อาทิ มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ รวมไปถึง ไต้หวัน และ อินเดีย เป็นต้น

ราคาเริ่มต้น : ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 40 บาททั่วกรุงเทพฯ
ร้านในแพลตฟอร์ม : 1,000 ร้านทั่วประเทศ
ระยะที่ให้บริการ: กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึง เชียงใหม่, พัทยา, ภูเก็ต, หัวหิน, ขอนแก่น, โคราช, อุดรธานี และ อุบลราชธานี
เวลาที่สามารถใช้บริการ : 24 ชั่วโมง
ช่องทางการชำระเงิน : เงินสด, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต และ Paypal

4. Now

น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2018 โดยมีจุดเด่นที่จำนวนร้านค้าและความหลากหลายของร้าน ที่มีทั้งร้าน Standalone ร้านในห้างสรรพสินค้า ไปจนถึง Streetfood นอกจากนี้ยังสามารถชำระเงินได้หลายรูปแบบ และยังมีโปรโมชั่นส่งฟรีออกมาเรื่อยๆ และมีส่วนลดออกมาบ่อยๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า

ราคาเริ่มต้น : ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 10 บาท และบวกเพิ่ม 9 บาทต่อกิโลเมตร ช่วงเวลาส่งตั้งแต่ 18.00น. เป็นต้นไป จะคิดอัตราค่าส่งกิโลเมตรละ 12 บาท
ร้านในแพลตฟอร์ม : จำนวนร้านค้าและความหลากหลายของร้าน ที่มีทั้งร้าน Standalone, ร้านในห้างสรรพสินค้า ไปจนถึง ร้านข้างถนน Streetfood
ระยะที่ให้บริการ : ร้านค้าและที่อยู่จัดส่งต้องไม่เกิน 10 กิโลเมตร
เวลาที่สามารถใช้บริการ : 10.00-20.00 น.
ช่องทางการชำระเงิน : เงินสด, AirPay e-Wallet และ Now Credits

5. GRAB

“ชีวิตดี เมื่อมี GRAB” สโลแกนนี้ จำได้ขึ้นใจแน่นอน ด้วยแอพพลิเคชันที่มีความสะดวกสบายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น GRAB Bike, GRAB Car, GRAB Taxi, GRAB Express และ GRAB Food ที่มีครบวงจรสุดๆ ขนาดลงทุนนำไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง อย่าง BNK48 เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แถมมีโปรโมชันเด็ด ด้วย GRAB Reward ที่ทำให้คุณใช้จ่ายถูกลงอีกด้วย แถมมีให้บริการในเขตหัวเมืองใหญ่ๆ ด้วย ขนาดไม่ต้องขับรถไปซื้อ ก็มาหาเราเองที่คุณอยู่ในที่พักของคุณก็ยังได้ นับเป็น App สั่งอาหารที่นิยมมากๆ ณ เวลานี้ และเราแนะนำให้โหลดเก็บไว้เป็นอย่างมาก

ราคาเริ่มต้น : เริ่มต้นที่ 10 บาท และจะเพิ่มขึ้นตามระยะทาง
ร้านในแพลตฟอร์ม : 4,000 ร้าน ที่มีทั้ง กรุงเทพมหานคร รวมไปถึงหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วไทย อาทิ เชียงใหม่, ชลบุรี-พัทยา, หาดใหญ่, ภูเก็ต, อุดรธานี และ อุบลราชธานี
ระยะที่ให้บริการ: รัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดที่คุณอยู่ ณ ตอนนั้น
เวลาที่สามารถใช้บริการ : 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับเวลาเปิดปิดของร้านด้วย
ช่องทางการชำระเงิน : เงินสด, บัตรเครดิต และ บัตรเดบิต