น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ 7 ชั้นที่น่าสัมผัส

น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณเดิมเรียกว่าน้ำตกสะด่องม่องล่ายเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัด มีทั้งหมด 7 ชั้น ความยาวประมาณ 1,500 เมตร แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป บริเวณหน้าผาเหนือน้ำตกชั้นที่ 7 เมื่อมีน้ำตกไหลบ่าจะมีลักษณะคล้ายเศียรช้าง 3 เศียร หรือที่เรียกว่า“ช้างเอราวัณ” จึงเป็นที่มาของชื่อ“อุทยานแห่งชาติเอราวัณ” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 500 เมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100 – 400 เมตร แบ่งเป็นชั้นต่างๆ 7 ชั้น มีระยะทางจากชั้นล่างสุดขึ้นไปชั้นบนสุด 1500 เมตร ลำน้ำเมื่อตกลงมาแล้วจะไหลลงแม่น้ำแควใหญ่บริเวณที่ทำการอุทยาน โดยบริเวณน้ำตกจะมีน้ำตลอดปี แต่จะมีน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง ราวเดือนธันวาคมถึงเมษายน

น้ำตกมีน้ำใสแจ๋วมองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำใน สระว่ายน้ำ ที่เป็นเช่นนั้น เนื่องมาจากลักษณะของ ภูเขาในอุทยานฯเอราวัณ เป็นเป็นเทือกเขาหินปูนที่เกิดจาก การทับถมของเปลือกหอย ปู หรือปะการัง ดังนั้นน้ำตกเอราวัณ ที่ไหลมาจากเทือกเขาหินปูนจึง มีสารละลายของแคลเซียมคาร์บอเนต เจือปนอยู่ ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนต ตกตะกอนในบริเวณ ที่มีน้ำไหลช้าหรือเป็นแอ่งน้ำ ทำให้ชั้นน้ำตกมีคราบหินปูน ก่อตัว และหินปูนนี้สามารถละลายน้ำได้ดี เมื่ออยู่ในรูปของสารละลายก็สามารถตกตะกอนได้ น้ำตกหินปูนจึงมีน้ำใสในตอนบน และมีการตกตะกอนขุ่น ในช่วงล่างของธารน้ำ เมื่อแสงส่องลงมาจะทำให้สะท้อนเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวมรกตสวยงามมาก

น้ำตกเอราวัณที่งดงามแห่งนี้ มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน และแต่ละชั้นนั้นจะมีชื่อเรียกและความสวยงามแตกต่างกันไป แถมชื่อเรียกยังคล้องจองกัน “ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ” เราจะไปทำความรู้จักกับสวรรค์ทั้ง 7 ชั้นของน้ำตกแห่งนี้กันเลย

น้ำตกเอราวัณ

ชั้นที่ 1 : ไหลคืนรัง
ในชั้นแรก ไหลคืนรัง เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเข้าสู่อ้อมกอดของธรรมชาติหรือปลายทางสุดท้ายของสายน้ำตกแห่งนี้ สายน้ำในชั้นแรกนี้ จะไหลลดหลั่นกันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งรับลมและพักผ่อน ในชั้นนี้นั้นยังมีที่นั่งให้ผู้ที่มาเที่ยวได้นำอาหารมานั่งรับประทานร่วมกัน รวมทั้งยังมีร้านขายอาหารและน้ำดื่มที่ทางอุทยานมีให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการด้วย เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับการมาเล่นน้ำตกกับครอบครัวและผู้สูงอายุได้ดี สามารถปาร์ตี้กินดื่มและเล่นน้ำตกกับแฟมิลี่ได้สบายๆ

น้ำตกเอราวัณ

ชั้นที่ 2 : วังมัจฉา
แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามัจฉาหรือปลา แน่นอนว่าชั้นนี้จะต้องเป็นที่อยู่ของปลาจำนวนมากหน้าหลายตัวทีเดียว เราจะได้เห็นปลาพลวงแหวกว่ายอยู่ในสระมากมายหลายตัว แต่เราไม่สามารถจับมันมาได้นะ เพราะเป็นเขตอุทยานนั่นเอง เราเดินจากชั้นแรกมาแค่นิดเดียวเท่านั้นก็ถึงแล้ว รับประกันได้เลยว่าชั้นนี้สวยและน่าเล่นกว่าชั้นแรก แต่ไม่รับประกันเรื่องคนเยอะนะ เมื่อเดินไปอีกหน่อยจะพบกับกองอำนวยการ ซึ่งสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ต้องการจะเดินขึ้นไปชั้นสูงกว่านี้จะต้องมีการลงทะเบียนขวดน้ำและจ่ายเงินมัดจำเสียก่อนถึงจะนำขวดน้ำดื่มติดตัวไปได้ ระหว่างทางที่จะเดินต่อไปที่ชั้นที่ 3 จะต้องเดินตัดข้ามลำธารกันซะก่อน แต่บอกเลยว่าการเดินตัดข้ามลำธารนี้ไม่มีเปียก เพราะทางอุทยานได้ทำสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวได้เดินกันอย่างสะดวก ลำธารตรงนี้มีความสวยงามไม่ต่างจากชั้นที่ผ่านมาเลยทีเดียว

น้ำตกเอราวัณ

ชั้นที่ 3 : ผาน้ำตก
ระยะทางห่างจากชั้นที่ 2 เพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งจะมีทางแยกไปชั้นที่ 4 ด้วย ให้เราเดินแยกขวาก็มาถึงชั้นที่ 3 แล้ว นับว่าเดินยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงทันที ชั้นนี้เป็นชั้นที่สวยสมชื่อ ไม่ซ้ำชั้นอื่นและมีเอกลักษณ์มาก เพราะสายน้ำจะไหลจากหน้าผาไหลลงมายังแอ่งน้ำสีมรกตที่รองรับอยู่เบื้องล่างแค่จังหวะเดียว ในลักษณะตรงดิ่ง ใต้ผาจะมีก้อนหินเปรียบเสมือนเก้าอี้ตัวใหญ่ให้คนได้นั่งหรือนอนรับน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผา คล้ายกับการทำสปาหรือนอนแช่ในอ่างน้ำจากุซซี่ที่สามารถเปิดน้ำนวดตัวกันได้เลยทีเดียว

ชั้นที่ 4 : อกนางผีเสื้อ
ต่อกันที่ชั้นที่ 4 ที่มีชื่อว่าอกนางผีเสื้อ เนื่องจากลักษณะของเนินหินนั้นเสมือนกับหน้าอกซึ่งถ้าหากจะมองจริงๆแล้วไม่เหมือนกับอกของนางผีเสื้อเท่าไหร่ แต่คล้ายกับหน้าอกของหญิงสาวมากกว่าและต้องบอกว่าเป็นหน้าอกที่ไม่เล็กเลยจริงๆ ตรงนี้เองที่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสไลด์บนอกของนางผีเสื้อกัน น้ำในชั้นนี้มีความใสจนสามารถมองเห็นพื้นดินใต้น้ำรวมทั้งฝูงปลาได้เลยทีเดียว เราจะเห็นเหล่าปลาพลวงได้ตั้งแต่ชั้นที่ 1 ไปถึง ชั้นที่ 4 ซึ่งหลังจากตรงนี้จะมีป้ายเตือนถึงการผจญภัยกับ 3 ชั้นที่เหลือ ที่ต้องบอกเลยว่า หากร่างกายของเพื่อนๆไม่แข็งแรงจริงๆอาจเกิดอันตรายได้ เพราะตั้งแต่ชั้นนี้เป็นต้นไป จะเต็มไปด้วยทางลาดชัน และ โขลดหินลื่นๆเป็นจำนวนมาก ประกอบกับทางเดินที่ยังสร้างไม่เสร็จกับสะพานที่เก่าซอมซ่อและระยะทางเดิน 1 กิโลเมตรที่ยาวไกล ทำให้เป็นอุปสรรคที่ยากลำบากอย่างยิ่งในการจะผจญภัยไปต่อ แต่ถ้าเพื่อนๆมั่นใจในพลังสมรรถภาพทางร่างกายของตัวเองแล้ว เราก็ไปลุยกันต่อได้เลย

น้ำตกเอราวัณ

ชั้นที่ 5 : เบื่อไม่ลง
ชั้นที่ 5 นับว่าผู้ที่สามารถเดินมาได้ถึงชั้นนี้แล้วล่ะก็ จะต้องเป็นผู้ที่มีความพยายามอย่างมากทีเดียวเพราะระยะทางที่กว่าจะมาถึงชั้นนี้ได้นั้นไกลถึง 600 เมตร และต้องเดินขึ้นเขา เดินไปพักหายใจไปบอกได้เลยว่าเล่นเอาหอบทีเดียว แต่รับประกันได้อีกเช่นกัน ว่าถ้าหากท่านใดที่เดินมาถึงชั้นนี้จะไม่มีผิดหวังแน่นอน แถมยังจะประทับใจกับความสวยงามของสายน้ำที่ไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยลดหลั่นกันไปจนถึงแอ่งน้ำสีมรกตที่รองรับอยู่ ต้นไม้นานาชนิดสีเขียวสดปกคลุมคล้ายหลังคา ทำให้ยามมองนั้นรู้สึกสดชื่นเหมือนกับได้รับพลังจากธรรมชาติ นอกจากนั้นยังทำให้ร่มรื่นน่านั่งพักผ่อนอีกด้วย และถ้าหากมาเที่ยวยามที่น้ำมากแล้วล่ะก็ น้ำตกชั้นนี้จะต้องเป็นน้ำตกที่สวยงามน่ามองจนเบื่อไม่ลงสมชื่อจริงๆ คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมาอย่างยากลำบากสุดๆ

น้ำตกเอราวัณ

ชั้นที่ 6 : ดงพฤกษา
แม้ในชั้นนี้น้ำจะไม่มากแต่ก็มีความพิเศษตรงที่สายน้ำนั้น ยามที่ม่านน้ำไหลตกลงมานั้นแหวกเป็นม่านน้ำตกลงมาจากดงพฤกษา และภาพนี้เองที่ทำให้ใครหลายคนที่เดินมาเหนื่อยรู้สึกสดชื่นและเย็นฉ่ำขึ้นมาอีกเท่าตัว แต่ต้องบอกเลยว่าน้ำตกชั้นนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยนิยมลงเล่นกันเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะ สายน้ำที่ไหลลงมานั้นน้ำไม่ค่อยแรงและน้ำน้อยกว่าชั้นอื่นๆ ทำให้หลายๆคนมักจะมองข้ามไปนั่นเอง

ชั้นที่ 7 : ภูผาเอราวัณ
และในที่สุดการเดินทางของเรามาถึงชั้นสุดท้ายกันแล้ว ในชั้นนี้ตามป้ายบอกทางนั้น บอกว่าเดินไปอีกไม่ไกลเราก็จะถึงจุดหมายปลายทางเพียงแค่อีก 100 เมตร จากชั้นที่ 6 แต่ในความรู้สึกเหมือนเดินสัก 500 เมตรเลยทีเดียว เพราะทางค่อนข้างลำบากเอาการ ไหนจะต้องปีนบันไดที่ทั้งสูงทั้งชันแต่ละขั้นก็ห่างกันเกินกว่าที่คนขาสั้นๆบางคนจะสามารถ และไม่ใช่เจอบันไดแบบนี้แค่ที่เดียว แต่เจอหลายรอบจนหมดแรง ไหนจะต้องกระโดดข้ามแอ่งน้ำถึง 2 ครั้ง ที่ทำเอาหวาดเสียวว่าจะกระโดดพลาดแล้วตกน้ำเปียกหรือเปล่า แต่ก็ไม่เปียกอย่างที่คิด แต่แค่เกือบๆไปเท่านั้น และในชั้น 7 ที่เป็นจุดหมายของเราวันนี้ก็คือที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณ เนื่องจากหน้าผาน้ำตกของชั้นนี้ ถ้าจะมองเพียงเผินๆแล้วอาจจะมองไม่ออก แต่ถ้าสังเกตดีๆจะแลเห็นเหมือน เศียรของช้างเอราวัณทั้ง 3 เศียร ในฤดูฝนที่มีน้ำมาก น้ำตกชั้นนี้จะเป็นชั้นที่สวยที่สุดและนักท่องเที่ยวต่างชาติมักนิยมมาเที่ยวกันในช่วงนั้นด้วย ใครเห็นเป็นต้องร้องว้าวแน่นอน เพราะเป็นชั้นที่มีน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูง ที่บอกเลยว่าจะต้องเอาตัวไปรับสายน้ำที่ไหลลงมาให้ได้ เพราะน้ำชั้นนี้ทั้งใสและสะอาดสุดๆ และยังมีแอ่งน้ำให้เล่นแบบฟินๆอีกด้วย

น้ำตกเอราวัณนอกจากเราจะมาเล่นน้ำตกเอราวัณกันแล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง แล้วเมื่อเสร็จกิจกิจกรรมต่างๆที่น้ำตกแล้ว ยังมีรถกอล์ฟพาเรากลับเขตที่ทำการได้ด้วย โดยเสียค่ารถแค่ 30 บาท (ผู้ใหญ่) และ 20 บาท (เด็ก) แค่นั้นเอง และไม่เพียงเราจะได้เที่ยวน้ำตกเท่านั้น แต่หากเราขับรถไปอีก 200-300 เมตรจากที่ทำการอุทยาน ก็ยังมีเขื่อนศรีนครินทร์ให้เราเก็บภาพเขื่อนและหมอกคลุมยอดเขาได้อีกด้วย

การเดินทางไปน้ำตกเอราวัณ

รถยนต์
รถยนต์ส่วนบุคคล ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร สายที่ 2 เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

รถไฟ
รถไฟ ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อยวันละ 2 เที่ยว ได้แก่ เวลา 07.50 น. และ 13.45 น. โดยแวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก ในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว

รถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารธรรมดา/รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.30 น. ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรี หมายเลข 8170 กาญจนบุรี-เอราวัณ ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.20 น. เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที รวมระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร หรือออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ชั้น 1 ช่อง 21 สายกรุงเทพฯ-ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. โดยแวะจอดที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกาญจนบุรี-เอราวัณ เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ